เยี่ยมเยียน นครเซี่ยงไฮ้

เยี่ยมเยียน นครเซี่ยงไฮ้

วันที่นำเข้าข้อมูล 16 มิ.ย. 2563

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 6 ก.ค. 2565

| 2,254 view

เซี่ยงไฮ้ ทาวเวอร์ (Shanghai tower)

 

ที่ตั้ง              No. ๕๐๑ Yincheng mid Road, Lujiazui, Pudong new district, Shanghai

โทรศัพท์         +๘๖-๒๑ ๒๐๖๕ ๖๙๙๙

เวลาทำการ      เปิดบริการทุกวัน ๐๘.๓๐ - ๒๑.๓๐ น.

Website         www.shanghaitower.com      

ประวัติ

                   เซี่ยงไฮ้ ทาวเวอร์ (Shanghai tower) เป็นตึกที่สูงที่สุดในประเทศจีน และสูงเป็นอันดับสองของโลก เมื่อรวมความสูงของยอดแหลมตึก เป็นรองเพียงแค่ตึกบุรจญ์เคาะลีฟะฮ์ (Burj Khalifa) ในดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

                   ตึกเซี่ยงไฮ้ ทาวเวอร์ มีชั้นชมวิวอยู่ชั้นบนของตึกมีชื่อว่า Top of Shanghai ชั้นชมวิวนี้เปิดให้ทดลองเข้าชมเมื่อเดือน มิถุนายน ๒๕๕๙ โดยจำกัดจำนวนผู้เข้าชม และได้เปิดให้เข้าชมอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๖๐ ปัจจุบันผู้เข้าชมสามารถเข้าชมได้บริเวณชั้นที่ ๑๑๘ และชั้นที่ ๑๑๙ ซึ่งอยู่ในระดับความสูง ๕๔๖ เมตรและ ๕๕๒ เมตรตามลำดับ ซึ่งชั้นที่ ๑๑๙ ของอาคารเป็นชั้นชมวิวที่สูงเป็นอันดับ ๒ ของโลก เป็นรองชั้นชมวิวของตึก Burj Khalifa ที่มีระดับความสูง ๕๕๕ เมตร เพียง 3 เมตร โดยในอนาคตจะเปิดให้เข้าชมชั้นที่ ๑๒๑ ซึ่งจะกลายเป็นชั้นชมวิวที่สูงที่สุดในโลก ภายในตึก Shanghai tower ชั้นที่ ๓๗ มีพิพิธภัณฑ์ Guanfu ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ของจีนแห่งแรกที่ดำเนินงานโดยเอกชน

ชั้น B๒

                   ชั้น B๒ มีวีดิทัศน์แนะนำพัฒนาการของนครเซี่ยงไฮ้ ตั้งแต่ปี ๒๓๘๓ - ๒๕๕๘ (ปีที่อาคารสร้างเสร็จ) นิทรรศการเกี่ยวกับชั้นชมวิว การจัดแสดงภาพถ่ายและวิดีโอเกี่ยวกับความเป็นมาของ Shanghai Tower และส่วนจัดแสดงแผนภาพและแบบจำลองแนะนำตึกสูงอื่น ๆ จากทั่วโลก

             

 

                                                    

 

                  หลังจากชมนิทรรศการแล้วผู้เข้าชมจะโดยสารลิฟต์ความเร็วสูงของตึก Shanghai Tower  จากชั้น B๒ ไปยังชั้น ๑๑๘ เป็นลิฟต์โดยสารที่มีความเร็วสูงที่สุดในโลก มีความเร็วสูงสุด ๑๘ เมตรต่อวินาที ความเร็วโดยเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า ๑๐ เมตรต่อวินาที และ ใช้เวลา ๕๕ วินาที

ชั้น ๑๑๘ และ ๑๑๙

                   ชั้นชมวิวรูปวงแหวนมีพื้นที่มากกว่า ๑,๐๐๐ ตารางเมตร สามารถชมวิวได้โดยรอบ ๓๖๐ องศา ผู้เข้าชมสามารถรับชมทัศนียภาพนครเซี่ยงไฮ้และแม่น้ำผ่านกระจก มีสถานที่สำคัญของเมือง เช่น อาคารที่มีความหมายทางประวัติศาสตร์ด้วยสถาปัตยกรรมที่แตกต่างกัน The Bund และหอไข่มุก จุดที่แม่น้ำซูโจวที่ไหลมารวมกับแม่น้ำหวงผู่ และหากสภาพอากาศดีจะสามารถมองเห็นปากแม่น้ำหวงผู่ที่ไหลลงสู่ทะเลจีนตะวันออก และสามารถมองเห็นตึก Shanghai World Financial Center และตึก Jin Mao Tower ซึ่งสูงเป็นอันดับ ๒ และ ๓ ของนครเซี่ยงไฮ้

 

             

 

                                                        

 

*******************************

พิพิธภัณฑ์ Guanfu (Guanfu Museum) บนอาคาร Shanghai Tower

 

ที่ตั้ง                ชั้น ๓๗, Shanghai Tower, No. ๕๐๑ Yincheng mid Road, Lujiazui, Pudong new
                       district, Shanghai

โทรศัพท์         +๘๖-๒๑ ๖๑๐๘ ๙๙๘๘

เวลาทำการ     เปิดบริการทุกวัน ๑๐.๐๐ - ๑๘.๐๐ น. ยกเว้นวันจันทร์เปิดทำการถึงเวลา ๑๗.๐๐ น.                       

                        (ปิดเทศกาลตรุษจีน)

Website          www.guanfumuseum.org.cn  

ประวัติ

                   พิพิธภัณฑ์ Guanfu (Guanfu Museum) เป็นพิพิธภัณฑ์ของจีนแห่งแรกที่ดำเนินงานโดยเอกชน โดยมีสถานะเป็นนิติบุคคลและเป็นองค์กรที่ไม่แสวงหากำไร เปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๔๐ ณ กรุงปักกิ่ง โดยผู้ก่อตั้งและหัวหน้าผู้ดูแลพิพิธภัณฑ์ นาย Weidu Ma พิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีสาขาอยู่ที่นครเซี่ยงไฮ้ นครหางโจว นครเซี่ยเหมิน และอยู่ระหว่างก่อสร้างที่เมืองเซินเจิ้น

                   พิพิธภัณฑ์ Guanfu สาขานครเซี่ยงไฮ้ตั้งอยู่ที่อาคารเซี่ยงไฮ้ทาวเวอร์ ชั้น ๓๗ เขต Lujiazui ประกอบด้วยห้องจัดแสดงนิทรรศการถาวร ๔ ห้อง ได้แก่ ห้องจัดแสดงเซรามิกโบราณ ห้องจัดแสดงสิ่งของตะวันออกและตะวันตก ห้องจัดแสดงเครื่องทองโบราณ ห้องจัดแสดงพระพุทธรูปโบราณ และห้องจัดแสดงนิทรรศการชั่วคราว ๑ ห้อง

                   พิพิธภัณฑ์ Guanfu สาขานครเซี่ยงไฮ้ สร้างขึ้นโดยให้ความสำคัญกับพื้นฐานของวัฒนธรรมของจีนทั้งประวัติศาสตร์และชีวิตความเป็นอยู่ เพื่อให้ประชาชนทั่วไปเข้าถึงวัฒนธรรมโบราณได้โดยง่าย โดยมีการประยุกต์ให้เข้ากับเทคโนโลยีและสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ที่ทันสมัย เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้ชมได้หลากหลายกลุ่มและจัดแสดงวัตถุต่าง ๆ ในห้องที่มีบรรยากาศสวยงาม         

 

 

ห้องแสดงงานศิลปะ

  1. Glamour of Chinese Ceramics Exhibit (ห้องจัดแสดงเซรามิกโบราณ)        

                   สมัยราชวงศ์ซ่งเป็นช่วงที่จีนมีความก้าวหน้าอย่างยิ่งในการผลิตเซรามิก ซึ่งพัฒนาจากสิ่งของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันเป็นศิลปะที่มีสุนทรียะชั้นสูง มีแหล่งเตาเผาซึ่งมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองหลายแหล่ง แบ่งเป็นทางตอนเหนือของจีน เช่น เตาเผาฉือโจว เตาเผาเหยาโจว เตาเผาติ้งโจว และเตาเผาจุนโจว และทางตอนใต้ของจีน เช่น เตาเผาเหลาโจว เตาเผาจี๋โจว เตาเผาชู่โจว เตาเผาเจี้ยนหยาง ทั้ง ๘ เตาเผานี้เป็นแหล่งเตาเผาผลิตเซรามิกที่สำคัญของจีน นิทรรศการนี้จัดแสดงเซรามิกสมัยราชวงศ์ซ่ง ซึ่งมีลักษณะตกทอดมาจากสมัยยุคห้าราชวงศ์ และได้รับการพัฒนาต่อในสมัยราชวงศ์จินและราชวงศ์หยวน    

 

            

                        

              

 

2. East and West Exhibit (ห้องจัดแสดงสิ่งของตะวันออกและตะวันตก)   

                    ช่วงศตวรรษที่ ๑๘ ตรงกับยุคสมัยฮ่องเต้คังซี ฮ่องเต้หยงเจิ้น และฮ่องเต้เฉียนหลง ซึ่งทวีปยุโรปอยู่ในยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม และเป็นยุคแห่งการค้าทางทะเล จึงเกิดการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างตะวันออกและตะวันตก ศิลปวัฒนธรรมของจีนมีอิทธิพลอย่างเหนือความคาดหมายต่อชนชั้นสูงของยุโรป นิทรรศการนี้แสดงให้เห็นถึงศิลปะของจีนที่ได้รับอิทธิพลจากตะวันตก  

 

            

 

3. Gold Ware Exhibit (ห้องจัดแสดงเครื่องทองโบราณ)     

                   เป็นเวลากว่า ๕,๐๐๐ ปีมาแล้วที่เครื่องทองเป็นสิ่งกำหนดมาตรฐานของมูลค่าในแต่ละวัฒนธรรม ทองไม่เพียงแต่แสดงถึงความร่ำรวยและความมีอารยธรรมเท่านั้น แต่เป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนาอารยธรรมของโลก นิทรรศการนี้จัดแสดงเครื่องทองยุคโบราณของจีนที่ผลิตทั้งในจีนและจากต่างประเทศ เพื่อนำเสนอถึงความหวังแห่งการรู้แจ้งแก่ผู้ชม ให้สัมผัสถึงความลึกซึ้ง มีนัยยะระหว่างการชมอารยธรรมเลิศล้ำจากเครื่องทอง    

           

           

           

 

4. Buddhist Statue Exhibit (ห้องจัดแสดงพระพุทธรูปโบราณ)    

                   ศาสนาพุทธเกิดขึ้นที่ประเทศอินเดีย ๖๐๐ ปีก่อนคริสต์กาล ศาสนาพุทธเข้าสู่ประเทศจีนในสมัยราชวงศ์ฮั่นตะวันออกและมีอิทธิพลต่อศิลปวัฒนธรรมของจีนทั้งด้านวรรณคดี ภาพวาด การแกะสลัก และสิ่งก่อสร้าง  นิทรรศการจัดแสดงพระพุทธรูปที่สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์เหนือใต้ ราชวงศ์ถังและซ่ง พระพุทธรูปทิเบตที่สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์หมิงและชิง พระพุทธรูปจากประเทศเพื่อนบ้าน เป็นการรวบรวมพระพุทธรูปจากแหล่งต่าง ๆ นำเสนอถึงจักรวาลที่ไร้พันธกาลของพระพุทธศาสนา และการเคารพบูชารูปเคารพอันศักดิ์สิทธิ์ของพระพุทธเจ้า

 

               

                 

 

5. Temporary exhibition (ห้องจัดแสดงนิทรรศการชั่วคราว)       

                  ปัจจุบันจัดแสดงเครื่องเขียนโบราณของห้องหนังสือ ซึ่งสมบัติล้ำค่า ๔ ชนิดที่สำคัญในห้องหนังสือ ได้แก่ พู่กันจีน หมึก กระดาษ และแท่นฝนหมึก

                         

 

***********************************  

 

พิพิธภัณฑ์ออโรรา (Aurora Museum)

 

ที่ตั้ง              Aurora Building, ๙๙ Fucheng Lu, near Shibu Jie, Pudong district, Shanghai

โทรศัพท์         +๘๘๘๘๘๖-๒๑ ๕๘๔๐ ๘๘๙๙

เวลาทำการ      ๑๐.๐๐ – ๑๗.๐๐ น. ยกเว้นวันศุกร์เปิดทำการถึงเวลา ๒๐.๐๐ น. (ปิดวันจันทร์)

Website         www.auroramuseum.cn       

ประวัติ

                   พิพิธภัณฑ์ออโรรา (Aurora Museum) เปิดอย่างเป็นทางการเมื่อปี ๒๕๕๖ บนเนื้อที่ ๖ ชั้น รวม ๖,๓๑๖ ตารางเมตร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่ออนุรักษ์และเป็นสถานที่เก็บสะสมสมบัติจีนอันล้ำค่า เพื่อส่งต่อประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมจีนแก่บุคคลรุ่นหลัง รวมถึงมีความร่วมมือในการศึกษาวัตถุโบราณกับ คณะโบราณคดีและพิพิธภัณฑ์วิทยา (Archaeology and Museology) ของมหาวิทยาลัยปักกิ่ง

                   พิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ภายในอาคาร Aurora เขต Lujiazui ส่วนของพิพิธภัณฑ์เป็นผลงานการออกแบบชิ้นแรกในประเทศจีนของนาย Ando Tadao สถาปนิกชาวญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงระดับโลก มีการใช้กระจก ม่าน และรูปแบบกำแพงเรียบง่ายแต่มีความสมมาตร สวยงาม สร้างความประทับใจแก่ผู้ที่พบเห็น บันไดวนภายในพิพิธภัณฑ์ได้รับการออกแบบอย่างสวยงามติดอันดับ ๑ ใน ๑๐ บันไดที่สวยงามที่สุดในนครเซี่ยงไฮ้

              

 

                   สิ่งของที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์เป็นโบราณวัตถุที่ถูกขายทอดตลาดออกไปจากประเทศจีนตั้งแต่ศตวรรษที่ ๒๐ และเจ้าของพิพิธภัณฑ์ได้ประมูลมาจากแหล่งต่าง ๆ พิพิธภัณฑ์ไม่เพียงแต่จัดแสดงโบราณวัตถุที่มีความสวยงามเท่านั้น แต่ยังแสดงถึงขั้นตอนการผลิตและการวิจัยทางโบราณคดีอีกด้วย โดยเฉพาะในส่วนของหยกและเซรามิก ปัจจุบันมีโบราณวัตถุจัดแสดงประมาณ ๑,๐๐๐ ชิ้น ซึ่งคิดเป็นร้อยละ ๑๐ ของจำนวนโบราณวัตถุทั้งหมดในความครอบครองของพิพิธภัณฑ์           

ห้องแสดงงานศิลปะ

ชั้น ๒ Ancient Pottery Figures (ห้องจัดแสดงเครื่องปั้นดินเผาโบราณ)

                   ชั้น ๒ ของพิพิธภัณฑ์จัดแสดงเครื่องปั้นดินเผาจากสมัยราชวงศ์ฮั่นและถัง ซึ่งมีความคิดเรื่องการใช้ชีวิตหลังความตายไม่ต่างกับชีวิตในโลกปัจจุบัน จึงมีการฝังเครื่องปั้นดินเผาในหลุมฝังศพ ในรูปแบบของการบอกเล่าเรื่องราวชีวิตประจำวัน สิ่งของเครื่องใช้ สัตว์ และสถาปัตยกรรม

                   นิทรรศการบอกเล่าเรื่องราวในชีวิตประจำวัน การแสดงออก การแต่งกาย และกิจกรรมบันเทิงรูปแบบต่าง ๆ  ซึ่งไม่เพียงแต่แสดงถึงความสวยงามของโบราณวัตถุเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความรุ่งเรืองทางวัฒนธรรมของจีนในสมัยโบราณอีกด้วย

                    

     

            

                                          

 

ชั้น ๓ Ancient Jade (ห้องจัดแสดงหยกโบราณ)

                   หยกเป็นของมีค่าซึ่งมีการใช้ในจีนมาเป็นเวลากว่า ๘,๐๐๐๘ ปี แสดงถึงความหมายต่าง ๆ ทั้งทางความเชื่อ ศาสนา การเป็นเครื่องประดับแสดงยศถาบรรดาศักดิ์ หรือแสดงถึงความงามของหยกเอง พิพิธภัณฑ์ จัดแสดงหยกกว่า ๓๐๐ ชิ้น หลายรูปแบบจากแหล่งต่าง ๆ ตั้งแต่ยุคหินใหม่ (Neolithic) จนถึงสมัยราชวงศ์ชิง เพื่อแสดงถึงพัฒนาการของวัฒนธรรมการใช้หยกในประเทศจีน

 

           

                  

           

                                             

 

ชั้น ๔ Blue and White Porcelain (ห้องจัดแสดงเซรามิกโบราณ)

                   ห้องจัดแสดงเซรามิกโบราณแสดงความเจริญรุ่งเรืองของอารยธรรมจีนโบราณ พิพิธภัณฑ์เน้นการจัดแสดงเครื่องเคลือบเซรามิกแบบสีฟ้าขาว (Blue and White) หลังราชวงศ์หยวนเครื่องเคลือบเซรามิก สีฟ้าขาวจากจิ่งเต๋อเจิ้นได้รับความนิยมและการยอมรับจนเป็นสินค้าที่สำคัญส่งไปขายทั่วประเทศจีนและ                  ในต่างประเทศ เป็นการเปิดศักราชใหม่สำหรับการผลิตเครื่องเคลือบจีน วัตถุโบราณที่จัดแสดงมีตั้งแต่สมัยราชวงศ์หยวน หมิง และชิง แสดงพัฒนาการของเซรามิกจีนตลอดเวลากว่า ๖๐๐ ปี รวมไปถึงเซรามิกสมัยราชวงศ์หยวนที่ส่งออกไปยังทวีปตะวันออกกลาง และตัวอย่างของใช้ระดับราชวงศ์และคหบดีในสมัยหมิงและชิง

          

                 

                 

ชั้น ๕ ห้องจัดแสดงนิทรรศการชั่วคราว Chinese Jade Pattern Design และร้านกาแฟ

                   จัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับการออกแบบหยกโดยคำนึงถึง รูปร่าง ข้อจำกัดและธรรมชาติของวัตถุดิบเป็นหลัก

ชั้น ๖ Buddhist Sculpture (ห้องจัดแสดงพระพุทธรูป)

                   พระพุทธศาสนามีต้นกำเนิดในอินเดียและพระพุทธรูปสมัยแรกเริ่มต้นในรัฐคันธาระทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของอินเดีย พระพุทธศาสนาเริ่มเข้ามาในประเทศจีนในสมัยราชวงศ์ฮั่นตะวันออกซึ่งวัฒนธรรมจีนได้สะท้อนผ่านพระพุทธรูปในสมัยนั้น และมีการเผยแพร่ศาสนาพุทธไปทั่วแผ่นดินจีน พิพิธภัณฑ์จัดแสดงตัวอย่างพระพุทธรูปหลายสมัย ตั้งแต่แบบคันธาระไปจนถึงพระพุทธรูปที่ได้รับอิทธิพลจากจีนสมัยราชวงศ์เว่ย  ซึ่งมีความแตกต่างหลากหลาย